หน้าแรก | ทัวร์ในประเทศ | ทัวร์ต่างประเทศ | แพคเกจทัวร์ | รถเช่า | ที่พัก | เรือสำราญ /นำเที่ยว | ตั๋ว /บัตรเข้าชม | ทัศนศึกษา วอล์คแรลลี่ อาหาร
you are on page > เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย | รายการนำเที่ยวของที่นี่ | ที่พักบริเวณนี้ | ของฝาก ของกิน | รูปสวยๆ โฟโต้แกลลอรี่ | พยากรณ์ อากาศ  
Start Here::..
บริการ ทัวร์ แพคเกจ รถเช่า ที่พัก
สกู๊ป ทริปท่องเที่ยว
ข่าวท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์
โฟโต้ แกลลอรี่
สมัครสมาชิกรับ ข่าวสาร ฟรี
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
ขยายศักยภาพ ธุรกิจ คุณ ?
 เรื่อง : เกริกเกียรติ  ภาพ : คนเดินดิน
เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน

 

น้ำพุร้อน โป่งเดือด ป่าแป๋

  สวัสดีครับ วันนี้ กระผม นายเกริกเกียรติ จะพาท่านท่องเที่ยวเส้นทาง ที่หลายๆท่าน คงอยากจะไปกัน แต่อาจจะไกล สักนิด   ซึ่งก็คงจะเป็นการดีไม่น้อย นะครับที่จะได้ชมไปพลางๆ ก่อนเผื่อว่า จะเพิ่มความสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับเส้นทางท่องเที่ยว   ในครั้งนี้ผมได้กำหนด เป็นเส้นทาง จาก เชียงใหม่ สู่ แม่ฮ่องสอน กับระยะเวลา ประมาณ 3 วัน โดยผมเริ่มต้นจาก อ. แม่แตง จ.   เชียงใหม่ ครับ

  ในเช้าตรู่ผมตื่นขึ้นมาแล้วเก็บข้าวของ ออกจากที่พัก แถว อ. แม่แตง แล้วมุ่งหน้าขึ้นสู่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยเส้นทางที่กำหนด คือ ผ่านทาง   อ.ปาย สู่ จ.แม่ฮ่องสอน นั่นเอง จุดแรกที่ผมได้แวะนั้น คือ น้ำพุร้อน โป่งเดือดป่าแป๋ ซึ่ง ไม่ได้มาที่นี่นานเหมือนกันครับ   ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เมื่อมาถึง ที่น้ำพุร้อน ป่าแป๋ นี้ ก็พบว่า ภาพเก่าๆ ได้เลือนหายไปเสียหมดแล้ว ในอดีต   เราสามารถขับรถเข้าไปยังบริเวณ น้ำพุ ได้เลย เรียกได้ว่าลงรถก็เจอน้ำพุเลย แต่ปัจจุบัน ทางอุทยานได้จัดที่จอดรถให้เป็นระเบียบ และ   มีศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว คอยให้การต้อนรับอีกด้วย เราต้องเดินเข้า ไปสู่ น้ำพุ ไม่ไกลมากนัก ก็จะได้กลิ่น กำมะถัน ลอยโชยตามลมมา   แตะจมูก ตามธรรมเนียม ของการเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนนั้น ต้องหาไข่ไปต้มด้วยครับจึงจะได้บรรยากาศ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ซื้อไข่มาด้วย   มองไปมองมาก็ เห็นซุ้ม เล็กๆ ขายไข่อยู่ ดีเลยครับ ได้การหละ ซื้อไข่มาต้มกันหน่อย

 

ใครมาต้องมาต้มไข่กัน สนุก ได้บรรยากาศ แถมเจ้าหน้าที่อุทยาน คอยจำหน่ายให้ ไม่ต้องซื้อมาเอง

  ผมสนุกกับการต้มไข่อยู่นานครับ เพราะอากศหนาวๆ อย่างนี้ กินไข่ต้มร้อนๆ ริมน้ำพุร้อน ช่วยให้อบอุ่นขึ้นมากเลย เดี๋ยวนี้ ที่นี่   มีบ้านพักอุทยานให้สามารถ จองได้ด้วยครับ สภาพที่พักดีมาก ๆ เช้าขึ้นมาท่านจะอยู่ในทะเลหมอกเลย

  จาก น้ำพุร้อนป่าแป๋ แล้ว ผมก็เดินทางต่อไปสู่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เพื่อขึ้นชมวิว บริเวณดอยกิ่วลม ซึ่งจะเป็นทะเลหมอกเบื้องล่าง   เมื่อมาถึง ก็เริ่มรู้ตัวว่า วันนี้ คงไม่ได้เห็นทะเลหมอกแน่นอน เพราะอะไร ? หลายท่านอาจสงสัย เพราะ ผมอยู่ในทะเลหมอกเสียแล้วครับ   เนื่องจาก วันนี้หมอกหนามาก ทำให้ เราอยู่ในทะเลหมอก ไปด้วยแต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ

หมอกที่ลงจัดมากทั้งๆที่เป็นตอน เที่ยงวัน

  ผมมีกำหนดการที่จะรับประทานอาหารกลางวัน ที่นี่ด้วย สงสัยจะได้รับประทานอาหารกลางสายหมอกเป็นแน่ ที่นี่มีพ่อครัว ฝีมือดี   ที่ผมรู้จักมานาน คือ พี่แดง หรือที่ผมและหลายๆคนเรียกว่า แดงน้ำดัง การได้มาชิมอาหารฝีมือ พี่แดงนั้น   นับว่าคุ้มค่ากับการเดินทางครับ อร่อยมาก ... ผมรับประทานอาหารกลางสายหมอก นอกเรือนอาหาร ทั้งๆ ที่หนาว และ หมอกลงจัด   แต่ก็ได้บรรยากาศ มากครับ ใจจริงผมตั้งใจจะรอถ่ายภาพตอนหมอกจางลง แต่คงจะทำไม่ได้ เพราะ ได้เวลาต้องเดินทางต่อ   ผมจึงเอาภาพ หมอกหนาๆ มาฝากแล้วกันครับ

รับประทานข้าว ตรงนี้ อิ่มบรรยากาศ ครับ

 

บรรยากาศภายในเรือนอาหาร และทิวทัศน์ ที่หมอกปกคลุมหนาแน่น

 

ภาพวันที่ผมไป กับ ภาพปกติที่เราจะได้ชม จากจุดชมวิว ดอยกิ่วลม

เจ้าอาวาสกำลัง เปิดเศียรพระพุทธรูปให้ชม น้ำที่ซึมออกมา

  จากห้วยน้ำดังนั้น ผมก็เดินทางต่อมายัง อ.ปาย เพื่อ เข้าชมวัดน้ำฮู ที่ซึ่ง ประดิษฐาน หลวงพ่ออุ่นเมือง ที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมาถึง อ.ปาย   เรียบร้อยก็เดินทางสู่วัด น้ำฮู ในทันที

  หลวงพ่ออุ่นเมือง นั้นเป็นพระพุทธ ศิลปะล้านนา แบบสิงห์สาม ซึ่งคาดว่า จะมีอายุประมาณ 500 กว่าปีได้แล้ว   ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่พระเศียรของพระพุทธจะมี น้ำซึม ออกมาเสมอ เนื่องจากพระเศียรของพระพุทธ นั้นกลวง   น้ำก็จะซึมออกมาเองโดยธรรมชาติ ธรรมดาแล้ว เราจะไม่สามารถ ได้ชม แต่วันนี้ผมโชคดี เจ้าอาวาสท่านเปิดพระเศียรให้ชมกันด้วย

พระอุ่นเมือง องค์เล็กตรงกลาง บนฐานชุกชี

  นอกจากนั้นวันี้ยังมีสถูป เจดีย์ ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า ประดิษฐาน พระเกศาธาตุ ของพระนางสุพรรณกัลยา อีกด้วย   ซึ่งองค์เจดีย์นี้จะอยู่ทางด้านหลังของวัด และ ข้างๆ ยังมี พลับพลาซึ่ง ประดิษฐานรูปหล่อของ พระสุพรรณกัลยา อีกด้วย

 

พระอุโบสถ และ พลับพลาของพระนางสุพรรณกัลยา

องค์สถูปอยู่ด้านหลังวัด

  หลังจากนมัสการ พระอุ่นเมืองเรียบร้อย ผมก็เดินทางสู่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กันเลย เนื่องจากยังเหลือระยะทาง บนเขาอีกมาก

  หลงัจากที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ผ่านโค้งหลายร้อยโค้ง ผมก็มาถึง เขต อ.เมือง แม่ฮ่องสอน จนได้ ที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้ คือ   ภูโคลน ซึ่ง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อันซีน2 ที่นี่มีอะไรบ้าง ตามมาเลยครับ

บรรยากาศ บ้านเรือนนอกเมืองแถบๆ แม่ฮ่องสอน สวยไหมครับ

  ที่ภูโคลน นี้จะสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในพื้นที่ของเอกชน คือ ภูโคลน คันทรีคลับ โคลนที่ว่านี้ คือ น้ำแร่ และ โคลนธรรมชาติ   ใต้ดินมาผสมกัน ทำให้ อุดมด้วยแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง

  สำหรับแหล่งโคลน ธรรมชาติ ลักษณะนี้ จะมีอยู่ 3 แห่งในโลก คือ ที่ทะเลสาบเดดซี ประเทศไทย และ ประเทศ โรมาเนีย   ที่นี่เขามีบริการหมัก โคลนและ นวดเท้า ฯลฯ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และความสวยงาม อยู่ด้วย นอกจากนั้น เรายังสามารถ ชมบ่อโคลน   ธรรมชาติ ได้อีกด้วย

 

บ่อโคลนที่เราสามารถชมได้อย่างใกล้ชิด

  ผมเองก็เป็นผู้ชาย คงไม่ได้ ใส่ใจเรื่องพวกนี้นัก แต่อย่างน้อย สำหรับท่านใดที่สนใจเรื่องความสวยความงาม ก็สามารถ   แวะเวียนมาที่นี่ได้ครับ

  สำหรับตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาเย็นพอสมควรแล้ว ผมก็คงต้องเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองเพื่อจะ หาอะไรรองท้องเสียหน่อย   สำหรับตอนต่อไปนั้นผมจะพาท่านไปเที่ยว ที่ไหนต่อ อย่าลืมติดตาม เส้นทาง เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ตอนที่2ที่นี่ ครับ วันนี้ลาไปก่อน   สวัสดีครับ

 

+ แม่ฮ่องสอน

 

 
พยากรณ์อากาศ
แม่ฮ่องสอน
ดูพยากรณ์ แม่ฮ่องสอน

Travel For Today (t42day) Ltd., Part.  ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12 / 1068
tel. +(662) 758 5154 - 6 fax +(662) 758 6296 e-mail info@travelfortoday.com
site program by K2 inter medias Ltd., Part.