update 24/12/2014
you are on page > วัดมหาธาตุ เพชรบุรี(พ.ศ. 2555)
สกู๊ป ข้อมูลท่องเที่ยว ทริปท่องเที่ยว | ข่าวท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ | ข้อมูลจังหวัด | ติดต่อเรา | เกี่ยวกับเรา
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย | รายการนำเที่ยวของที่นี่ | ที่พักบริเวณนี้ | ของฝาก ของกิน | รูปสวยๆ โฟโต้แกลลอรี่ | พยากรณ์ อากาศ  
 เรื่อง : เกริกเกียรติ  ภาพ : คนเดินดิน
วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี ( พ.ศ. 2555 )


องค์ปรางค์ สูงเด่น หากไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ บดบัง ก็จะสามารถเห็นได้แต่ไกล
วัดนี้เป็นวัดสำคัญประจำเมือง ดังนั้นปรางค์จึงมีขนาดใหญ่ที่สุด

สวัสดีครับ หน้าฝนอย่างนี้ ความชุ่มช่ำก็กลับมาเยือนแผ่นดินไทยอีกครั้ง วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดี ที่จะขอนำท่าน เที่ยวชม วัดวาอาราม
ต้อนรับหน้าฝนให้ได้ชุ่มฉ่ำจิตใจกัน วัดที่นายเกริกเกียรติ จะขอพาท่านไปเที่ยวชมในวันนี้ ผมได้เคยพาท่านไปเที่ยวชมมาแล้ว
ซึ่งก็นับว่า 8 ปีมาแล้ว เพราะนับตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เป็นต้นมากาลเวลาล่วงเลยไปพอสมควร เรามาดูกันซิว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
กับวัดสำคัญวัดนี้ วัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี ครับ

 

  

สิ่งที่น่าสนใจเมื่อเที่ยวชมวัด เมืองเพชรบุรี และ จังหวัดอื่นๆใกล้เคียง คือฝีมือปูนปั้นของช่างชาวเพชร
ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นในเรื่องความละเอียดของงานปั้น ซึ่งที่วัดมหาธาตุนี้ ก็ได้รับการดูแล บูรณะซ่อมแซม
ให้อยู่ในสภาพดีนักท่องเที่ยวอย่างเราๆจะได้ไม่ผิดหวัง

 

เนื่องด้วยผมมีธุระให้ต้องเดินทางสู่ จ.เพชรบุรี เป็นการเร่งด่วน ใจก็พลางคิดเบื่อกับการทำงานที่ต้องเร่งรีบ และเอาแน่เอานอนไม่ได้
จัดตารางตัวเองไม่ค่อยจะถูกสักเท่าใดนัก แต่ในความวุ่นวายนั้น ก็มีสิ่งดีแอบซ่อนอยู่ เนื่องจากเมื่อเสร็จธุระผมจะมีเวลาเล็กน้อย
ก่อนเดินทางกลับสู่กรุงเทพ จึงเกิดโจทย์ขึ้นมาในใจว่า " ในเมื่อเรามีรถ มีกล้อง เราจะไปเที่ยวที่ไหนได้สักที่หนึ่งไหม "
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง คำตอบที่ได้คือ วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดหลวง ประจำจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในใจก็แอบสงสัย ว่า จะมีอะไรเปลี่ยนไป
มากน้อยเพียงใด และ ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่มาเที่ยว ก็ยังไม่ได้เห็นองค์ปรางค์ สักที เพราะครั้งนั้น บูรณะปฏิสังขรอยู่

เสร็จจากธุระ ใจก็พา มือก็ขับ ไปยังจุดหมาย ครู่เดียวผมก็มาถึงตัววัด ไม่รอช้าเลยครับคว้ากล้อง กระโดดลงรถ เที่ยวชมกันเลย
บรรยากาศตัววัด ในวันธรรมดานั้น เงียบสงบมาก ทำให้ผมปรับอารมณ์จากความเร่งรีบของการทำงาน ให้นิ่งสงบ และ เพลิดเพลิน
กับลวดลายปูนปั้น ที่วิจิตร บริเวณ อาคาร โบสถ์ วิหาร และ องค์ปรางค์

หลังจากกวาดสายตาไปรอบๆก็วางแผนเดินเที่ยว โดยเดินตรงรี่ไป เก็บภาพองค์ปรางค์เสียก่อน
แน่นอนหละสิ่งที่เด่นที่สุด ในวัดนี้นี่ครับ

 


องค์ปรางค์ สีขาวสะอาดตา ตั้งเด่นเป็นสง่า ลักษณะศิลปะอยุธยา แต่จะมีความแตกต่างก็ตรง การประดับประดา
ลวดลายปูนปั้น ของช่างเพชร ซึ่งถือเป็นการสร้างเอกลักษณ์ ให้กับองค์ปรางค์ที่นี่ ปรางค์ประธาน มีขนาดใหญ่พอสมควร และนอกจากนั้น
ยังมีปรางค์ บริวารรายรอบ อีกทั้งสี่ทิศ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็ไม่เล็กมากนัก
รวมความสูงจากฐานถึงยอดของปรางค์ประธานนับได้ 55 เมตร (รวม อิศวรวัชระ ที่ยอดของปรางค์)


ผมเองไม่ได้เข้าไปเดินในระเบียงคด เพราะเวลามีจำกัด เลยทำได้เพียงเก็บภาพรอบๆขององค์ปรางค์เท่านั้น หลังจากเต็มอิ่ม
กับความยิ่งใหญ่ขององค์ปรางค์แล้ว ผมเดินย้อนกลับมาทางหน้าวัด และ วิหารน้อย ซึ่งเป็นที่ ประดิษฐาน ของพระพุทธรูปอู่ทอง
วิหารน้อยนี้ ตั้งอยู่ตรงกลาง ระหว่าง อุโบสถ (ฝั่งซ้าย ) ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชม และ วิหารหลวง (ฝั่งขวา) พระพุทธรูปอู่ทองนั้น มีศิลปะ
แบบอู่ทอง พระพักตร์จะค่อนข้างเหลี่ยม เส้นสายคม หากใครเคยไปเที่ยวชม วัดพนัญเชิง ที่ จ. พระนครศรีอยุธธา คงจะพอนึกภาพ หลวงพ่อโต ซำปอกง ได้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปในศิลปะเดียวกัน



หลวงพ่ออู่ทอง พระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง ประดิษฐานในวิหารน้อย

เรียบร้อยจากการสักการะ หลวงพ่ออู่ทอง ผมก็เดินปรี่เข้าวิหารหลวงเลยครับ เนื่องจากจำได้ว่าพระประธานที่วิหารนี้ สวยเหลือเกิน
อดใจไม่ไหว ที่จะได้ชมให้อิ่มเอมหัวใจ
ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู สายตาก็ได้สัมผัสบรรยากาศ เก่าๆ เมื่อครั้งที่เคยมาตอนหัวค่ำ ทุกอย่างยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากกราบพระ
ผมก็เริ่มถ่ายภาพตามประสานักท่องเที่ยว พระประธานองค์นี้ ถ้าเราเรียกกันแบบชาวบ้าน ก็ต้องว่ากันว่า พระทรงเครื่อง
แต่ถ้าจะนับว่าเป็นปางใดนั้น ก็คงต้องบอกว่า เป็นปางทรมาน พระยามหาชมพู หากสงสัยเพิ่มเติม คลิกที่นี่ อ่านความเดิมตอนที่แล้วครับ

 

 



พระประธานในวิหารหลวง ยังคงงดงามไม่เคยเปลี่ยน

กวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนเช่น 8 ปีที่แล้ว ที่ผมเคยได้มาที่นี่ กาลเวลาเปลี่ยนไป แต่บางสิ่งไม่เปลี่ยน
สิ่งที่ว่านี้ ผมว่ามันคือ ความสุขใจที่ได้เห็น มรดกล้ำค่า ของไทย มิได้สูญหาย หรือ สลายตัวลง ทุกวันนี้เราอาจคิดว่าสิ่งต่างๆรอบตัว
ของเรานั้นเปลี่ยนไป ความจริงแล้ว อาจเป็นตัวตนของเราที่เปลี่ยนก็เป็นได้

ที่ผมกล้ากล่าวเช่นนี้ เพราะ เราต่างรู้สึกว่า นับวันคุณค่าความเป็นไทยแท้ของเรานั้นยิ่งถูกกลืนกินจากวิถีและอารยะการดำเนินชีวิต
ในรูปแบบ สมัยใหม่แต่เปล่าเลย สิ่งเหล่านี้ยังคงหยุดนิ่งรอให้เราหวนกลับไป เพื่อเรียนรู้ตัวตนของเรา ที่มาของเราความเป็นไทยของเรา
ไม่ใช่ความล้าสมัย แต่คือที่มาที่ไป ที่เรานั้นลืม !!

 

งานจิตรกรรม ฝาผนังซ้ายขวา ลายเทพพนม และ ยักษ์พนม เป็นที่นิยมในช่วงสมัยอยุธยา
ส่วนภาพ มารผจญ นั้นนิยมเขียนฝั่งตรงข้ามพระประธาน ซึ่งถือเป็นTradition !! เห็นไหม นายเกริกเกียรติ ไม่ใช่คนโบราณคร่ำครึ
เพียงแต่สนใจทั้งความเป็นไทย และสากล ครับ เรื่องบ้านเขาภาษาเขา เราก็ต้องรู้ จะได้รู้ว่าเขามีที่มาอย่างไร คิดอย่างไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเรา
" เพราะเราอยู่บนโลกเดียวกัน "

 

เหลือบมองเข็มนาฬิกา แย่แล้ว เวลาไม่เคยรอใครจริงๆ จากที่เดินก้าวสั้นๆ ก็ต้องก้าวยาวขึ้นอีกหน่อย รีบชมรีบเก็บความประทับใจ
ก่อนเดินทางกลับ ผมตั้งใจจะเก็บภาพวัดระยะไกลๆ มาฝาก ทุกๆท่านบ้าง เนื่องด้วยอยากให้ทุกท่านได้เห็นและ จินตนาการ
ถึงภาพความยิ่งใหญ่ของ วัด ครั้นเมื่อยังไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่สูงเกิน 1 ชั้น ใน เมือง พริบพรี แห่งนี้ว่าแล้วช้าอยู่ใย
เดินออกประตูวัดไปเลยดีกว่า

 

 

ด้านหลังของวิหารน้อย ช่อฟ้าเปลี่ยนเป็นเทพพนม หางหงส์เป็น กระบี่ (ลิง) และ ยักษ์ ตามลำดับ
ถือเป็นลูกเล่นของช่างเพชร ที่เปลี่ยน จาก ช่อฟ้า และ หางหงส์ แบบเดิมๆ มาเป็นปูนปั้น





เด็กวัด เด็กที่ซนแต่ สุภาพ เดินตามผมขอเข้ากล้องสักรูป

หลังจากเก็บภาพ วัดมหาธาตุ นี้ไปมากมาย ก็ยังไม่ถูกใจ เพราะยังเห็นตึกรามบ้านช่องไม่มากพอ ผมจึงตัดสินใจอำลาวัดแห่งนี้
เพื่อหาที่เหมาะๆสำหรับการเก็บภาพ และเนื่องด้วย เมืองเพชรบุรีแห่งนี้ มีผังเมืองที่ไม่ซับซ้อนนัก ยกเว้นบริเวณตลาดเก่านะครับ
ผมจึงสามารถขับรถเที่ยวได้ไม่ยากเย็น ในที่สุดก็ได้พบมุมที่ต้องการ ริมแม่น้ำเพชร แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงเมืองเพชรบุรี
เป็นหนึ่งในแม่น้ำสำคัญ ที่ใช้ในการประกอบพิธี บรมราชาภิเษก ด้วยครับ
ในวันที่ผมมาที่นี่ นับเป็นช่วงใกล้เทศกาล แข่งเรือยาวซึ่งเมืองเพชรบุรี ก็มีการจัดแข่งเป็นประจำ เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆของไทย
ที่อาศัยลำน้ำเป็นหลักในการหล่อเลี้ยงชีวิต และ มีกีฬา ที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำไปพร้อมกัน

ก่อนจากกันวันนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน เที่ยวเมืองไทยนะครับ บ้านเรามีอะไรดีๆมากมาย และ วัด ก็ไม่ใช่สถานที่ ที่เราจะนึกถึง
เมื่อยามต้องการความสบายใจเสมอไป วัดยังคงเป็นที่ที่เราเรียนรู้ มองย้อน ไปถึงความเป็นมาต่างๆได้เป็นอย่างดี
ขอให้ทุกท่านมีความสุข กับทุกๆการเดินทางครับ สวัสดีครับ

 



แม่น้ำเพชร พระปรางค์ และ บ้านเรือน นี่หละประเทศของเรา

 

" ความร่มเย็น คู่แผ่นดินไทย "

 

บทความอื่นๆ


+ ขอเชิญชวนท่าน อ่านบทความ วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี ( พ.ศ. 2547 )

แกลลอรี่ รูปภาพ


อัลบัม จังหวัด เพชรบุรี

ข้อมูลจังหวัด


+ เพชรบุรี



Travel For Today (t42day) Ltd., Part.  ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12 / 1068
tel. +(662) 758 5154 - 6 fax +(662) 758 6296 e-mail info@travelfortoday.com