update 17/04/2013
you are on page >วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี
สกู๊ป ทริปท่องเที่ยว | ข่าวท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ | ข้อมูลจังหวัด | ติดต่อเรา | เกี่ยวกับเรา
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย | รายการนำเที่ยวของที่นี่ | ที่พักบริเวณนี้ | ของฝาก ของกิน | รูปสวยๆ โฟโต้แกลลอรี่ | พยากรณ์ อากาศ  
 เรื่อง : เกริกเกียรติ  ภาพ : คนเดินดิน
วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี



วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี วัดสำคัญเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง มานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย 2556 นี้ นายเกริกเกียรติ ได้ตะลอนๆท่องเที่ยว ใกล้กรุงสำหรับ เป้าหมายสำคัญในวันนี้
ผมจะขอนำท่าน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ราชบุรี มาแต่ช้านาน ซึ่งนั่นก็คือ วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี นั่นเอง

ออกเดินทางจาก กรุงเทพ ฯ มาด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ผมก็เดินทางมาถึง ตัวเมือง จ.ราชบุรี ในวันนี้เมืองราชบุรี ก็เล่นน้ำสงกรานต์
เช่นเดียวกันกับเมืองอื่นๆ และ ตามสองข้างทาง ที่มีคนยืนสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน แต่ด้วยวัยแล้ว ผมขอเดินเข้าวัดท่าจะดีกว่า
หาที่สงบเป็นการปล่อยจิตใจให้สงบนิ่ง ตามบรรยากาศ ท่าจะดีมิใช่น้อย

ผมมาถึงวัด มหาธาตุวรวิหาร แล้วก็หอบหิ้วนำ สังฆทาน เข้าไปทำบุญเสียก่อน พลางกวาดสายตามองรอบๆ แล้วนึกในใจ อยากเดินชม
รอบๆตัววัดเสียแล้ว เพราะบรรยากาศ เงียบสงบของสงกรานต์ ที่ผู้คน อยู่ตามถนนมากกว่าวัด นั้นทำให้วัดสงบเงียบ และ ทำให้
เรามีเวลาชื่นชม ความงดงามได้อย่างเต็มที่

หลังจากทำบุญ เป็นที่เรียบร้อย ผมก็ไม่รีรอจะเดินเข้าระเบียงคต สู่ภายใน บริเวณองค์ปรางค์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่น (Highlight) ของวัดนี้
ที่มาของวัดมหาธาตุนั้น จะเห็นได้ว่า ในหลายๆจังหวัด หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เอง ก็ยังมีวัดมหาธาตุ ชื่อเดียวกัน ซ้ำกันไปหมด
เป็นเพราะแต่เดิมนั้น ในเมืองสำคัญต่างๆ นิยมสร้างวัด และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ จึงจัดได้ว่าเป็นวัดสำคัญประจำจังหวัด
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลย ที่จะมีวัดมหาธาตุ มากมายในแผ่นดินไทยของเรา

 

องค์ปรางค์ ประธาน และปรางค์บริวาร / ลวดลายปูนปั้นบนหน้าบัน

สำหรับ ประวัติพอสังเขปนั้น คงจะขอ กล่าวถึงความเป็นมาในพื้นที่นี้แต่เดิมเสียก่อนนะครับ แต่เดิมก่อนจะมาเป็นประเทศไทยนั้น
มีอาณาจักรหลายๆอาณาจักร สืบต่อกันมาในดินแดนนี้ อาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุด เห็นจะเป็น ทวารวดี ซึ่ง ปรากฏหลักฐานทางสถาปัตยกรรม
ต่างๆ ให้ได้เห็นอาทิ พระประโทณเจดีย์ และ พระปฐมเจดีย์ (องค์เดิมก่อนถูกสร้างทับเป็นองค์ปัจจุบัน ) จากนั้น ก็ตามมาด้วย ศรีวิชัย และ ขอม จนถึงสุโขทัย ล้านนา อโยธยา ตามที่กล่าวข้างต้น แต่ละอาณาจักร ต่างแผ่ขยาย ทับซ้อนกันใน พื้นที่ประเทศไทยปัจจุบัน ต่างกัน
แต่เพียงเวลาและยุคสมัยเท่านั้น

บริเวณ วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี นี้ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งเคยอยู่ในอาณาจักร ต่างๆหลายอาณาจักร และ หนึ่งในนั้น
ที่สามารถสันนิษฐานได้ชัดเจนคือ อาณาจักรขอม ด้วยหลักฐานการขุดพบ สถาปัตยกรรมขอม ศิลปะ บายน ในบริเวณวัด จึงสันนิษฐาน
ได้ชัดเจนว่าเป็นสิงก่อสร้าง ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งในสมัยของพระองค์นั้น อาณาจักรมีการแผ่ขยายอย่างกว้างใหญ่ไพศาล
ดังจะเห็นได้จาก เทวสถาน และ ปราสาทหินต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไทย อาทิ ปราสาทเมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี และ วัดกำแพงแลง
จ.เพชรบุรีเป็นต้น นอกจากนี้อาณาจักรของขอม ยังขยายตัวขึ้นไปถึง นครเวียงจันทน์ ฝั่ง สปป.ลาวด้วย

จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่า ณ สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งน่าจะเคยเป็นปราสาทหิน ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม หรืออาจเป็น อโรคยาศาลา
(โรงพยาบาล) ที่ซึ่งใช้เป็นจุดแวะพัก และรักษาไข้ไปในตัว สำหรับผู้เดินทางภายในอาณาจักร

กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึง คราว กรุงศรีอโยธยา เป็นราชธานี ซึ่งในยุคนี้เราสามารถเรียกดินแดน นี้ว่า สยามได้แล้ว ในยุคนี้ วัดมหาธาตุ
มีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นปราสาทหิน กลับมีการรื้อ และ ก่อสร้างใหม่จนมีลักษณะเป็นวัดเฉกเช่นปัจจุบัน

 



ปรางค์ประธาน และ ปรางค์บริวาร ของวัดมีลักษณะศิลปะ แบบ อยุธยาตอนต้น

จากการเปลี่ยนแปลง ของอาณาจักร การปกครองและ ความเชื่อ เมื่อพื้นที่นี้ตกอยู่ในความปกครองของ อยุธยา จึงคาดว่ามีการปรับเปลี่ยน
รูปแบบสถาปัตยกรรมไปด้วย องค์ปรางค์ประธาน และ ปรางค์บริวาร ปัจจุบันที่พบเห็นนี้จึงมีลักษณะแบบ ศิลปะอยุธยาตอนต้น
ซึ่งถือว่าหาชมได้ยาก พอสมควร เนื่องจากการเสียกรุงของสยามนั้นถึงสองครั้งนั้น ทำให้ ศิลปะในลักษณะนี้ถูกทำลายลงไปมาก

องค์ปรางค์จะมีลักษณะแบบ ขอม แต่ปรับเปลี่ยนเป็นทรงที่สูงขึ้น และ ลักษณะของกลีบขนุน ด้านบนขององค์ปรางค์จะแนบชิดองค์ปรางค์
ลักษณะเช่นนี้ นอกจากที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรีนี้แล้ว เห็นจะมี วัดพุทธไธสวรรค์ จ.อยุธยา ที่พอจะศึกษาได้อย่างเด่นชัด

 

 

 วิหารของวัด ประดิษฐานพระพุทธรูป พระมงคลบุรี และ พระศรีนัคร์ หันหลังชนกัน

สำหรับส่วนของวิหารวัดนั้น สันษิญฐานว่าสร้าง ในบริเวณที่เป็นปรางค์ของปราสาทขอมเดิม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ
ซึ่งถือเป็นพระประจำเมือง สององค์ คือ พระมงคลบุรี และ พระศรีนัคร์ หัน พระปฤษฎางค์ ชนกัน ในคติความเชื่อของชาวอยุธยา
ที่หวังผลให้องค์พระ แผ่บารมีคุ้มภัยของเมือง

 

 

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ท่านคงพอจะเห็นภาพความเป็นมา และ ความสำคัญ ของ วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี แห่งนี้ที่มีต่อชาวเมืองราชบุรี
มาช้านาน สำหรับรายละเอียด ที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งยังมีอีกมาก ขอแนะนำให้ท่านไปท่องเที่ยว และ สัมผัสด้วยตนเองครับ เอาเป็นว่า
ผมขอเป็นเชื้อไฟ ให้เกิดความสนใจอยากท่องเที่ยว และ ขอเชิญท่านเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ด้วยตัวท่านเองจะยอดเยี่ยมที่สุดครับ

และ ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมยังโชคดี ที่มีโอกาสได้เห็นขนบธรรมเนียมเก่าแก่ แต่เดิม นั่นก็คือการขนทรายเข้าวัดครับ
ด้วยความเชื่อที่ว่าตลอดระยะเวลาทั้งปี ผู้คนต่างเข้ามาในวัดแล้วเอาทรายติดรองเท้าออกไป เมื่อถึงปีใหม่ไทย ก็เลยมีกิจกรรม
ขนทรายเข้าวัด หรือถือเป็นการนำทรายมาคืนวัดนั่นเองครับ สำหรับที่วัดนี้ ผมได้เห็นการปรับตัวของกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งได้กลายเป็น
การประกวดก่อเจดีย์ทราย และ ก็ได้รับผลตอบรับอย่างดีครับ เพราะมี ประชาชน เข้ามาร่วมประกวดกันไม่น้อย และยังเป็นกิจกรรม
ที่ทำพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว พ่อแม่ลูก ก็ช่วยกันก่อปราสาท ปู่ย่า ก็เป็นกำลังใจ ผมเลยอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพมาฝากครับ
สำหรับวันนี้ นายเกริกเกียรติ ขอตัวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ ....

 


ปัจจุบัน เราเฝ้าฝันถึงแต่อนาคต จนลืมที่จะศึกษาอดีต

เราจะรู้อนาคตได้อย่างไร หากไม่เข้าใจอดีต

และ การศึกษาอดีต คือการศึกษาถึงสถิติ และความเป็นไปได้ใช่หรือไม่

ถ้าเช่นนั้นสิ่งใดเล่าที่เราควรเรียนรู้เพื่อ ไปให้ถึงสิ่งที่เราเฝ้าฝัน

 

สิ่งน่าสนใจ




ข้อมูลจังหวัด
+ ข้อมูล ท่องเที่ยว จังหวัด ราชบุรี

 

 



พระอาทิมงคล

เป็นพระพุทธรูปหินทราย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บนฐานปรางค์เก่า ข้างๆปรางค์บริวาร และปรางค์ประธาน
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เดิมเคยประดิษฐานในคูหาขององค์ปรางค์ แต่ถูกลักลอบขโมยเศียร
หลังจากนั้นทางการสามารถจับคืนมาได้ที่ท่าเรือคลองเตย


พยากรณ์อากาศ
 

 

Travel For Today (t42day) Ltd., Part.  ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12 / 1068
tel. +(662) 758 5154 - 6 fax +(662) 758 6296 e-mail info@travelfortoday.com
site program by K2 inter medias Ltd., Part.