update 24/12/2014
you are on page >เที่ยวงาน พระนครคีรี เขาวัง ชมพลุเขาวัง จ.เพชรบุรี
สกู๊ป ข้อมูลท่องเที่ยว ทริปท่องเที่ยว | ข่าวท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ | ข้อมูลจังหวัด | ติดต่อเรา | เกี่ยวกับเรา
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย | รายการนำเที่ยวของที่นี่ | ที่พักบริเวณนี้ | ของฝาก ของกิน | รูปสวยๆ โฟโต้แกลลอรี่ | พยากรณ์ อากาศ  
 เรื่อง : เกริกเกียรติ  ภาพ : คนเดินดิน
เที่ยวงาน พระนครคีรี เขาวัง ชมพลุเขาวัง จ.เพชรบุรี


วัดพระแก้วน้อย เมื่อมองจาก หอชัชวาลเวียงชัย

สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ หลังจากตื่นนอนค่อนข้างสายผมก็ เก็บข้าวเก็บของ เตรียมออกเดินทางสำหรับจุดหมายในวันนี้ ผมตั้งใจ
จะล่องใต้ไปใกล้ๆกรุงไปยังจังหวัด เพชรบุรี ครับ จะว่าไปแล้วผมก็เดินทางมาจังหวัดเพชรบุรีค่อนข้างบ่อย แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยว
บนเขาวัง หรือ พระนครคีรี วันนี้หละถือเป็นโอกาสดีของผม เพราะนับว่าหลายปีแล้วที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้เลย

และสืบเนื่องจากการทราบข่าวมาว่า จะในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่ทางจังหวัดจะจัดงานพระนครคีรี ประจำปี ยิ่งทำให้ผมตัดสินใจง่ายขึ้น
เพราะโดยปกติ เขาวังจะไม่ประดับประดาไฟมากนัก และ ไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงกลางคืน แน่นอนครับนี่คือเวลาที่เหมาะที่สุด
ที่จะไปเที่ยวซะเลย

ด้วยระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ผมก็เดินทางมาถึง จ.เพชรบุรี ขับรถเรื่อยๆมาตามถนน ก็จะเห็นเขาวังตั้งตระหง่านอยู่แต่ไกล
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า มาถึงเพชรบุรีแล้ว หลังจากจอดรถเรียบร้อยก็ ขึ้นรถราง สู่บริเวณด้านบน ซึ่งรถรางในช่วงเทศกาลนี้
จะเปิดให้บริการ จนถึง 22.00 น. ซึ่งต่างจากวันธรรมดา ที่จะปิดตั้งแต่ 17.00 น.โดยประมาณ การขึ้นรถรางนั้นก็ช่วงประหยัดแรง
ในการเดินไปได้มาก เพราะจำได้ว่า เมื่อสมัยยังเด็ก เคยเดินขึ้นเขาวังครั้งหนึ่ง นับว่าเหนื่อยพอสมควร

 

  

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท



หอชัชวาลเวียงชัย - พระที่นั่งราชธรรมสภา - พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท







ทิวทัศน์ของตัวเมืองเพชร และทุ่งนาที่มีต้นตาล ขึ้นเรียงราย เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี

 

เมื่อรถรางเทียบสถานีก็เป็นเวลาที่จะออกเดินเที่ยวชม จุดที่ใกล้รถรางที่สุดเห็นจะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี ซึ่งใช้บริเวณ
อาคารของ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสรรค์ มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ น่าเสียดายที่ผมมาถึงในเวลาเย็น
ซึ่งพิพิธภัณฑ์ นั้นปิดเสียก่อน โดยปกติจะเปิดให้เข้าชม เวลา 08.30 - 16.00 น. ภายในจะจัดแสดง เครื่องราชูปโภคต่างๆ

เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ขึ้นสู่ยอดเขาในยอดแรก ก็จะพบกับพระที่นั่ง เวชยันต์วิเชียรปราสาท ซึ่งสร้างตามคติการสร้างพระราชวังต้องมีปราสาท
อยู่ด้วย ตัวอาคารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมปราสาททรงจัตุรมุข มียอดปรางค์ 5 ยอด บริเวณโดยรอบ มีโดมโปร่งอยู่ตามมุมทั้ง 4 มุม
ภายในประดิษฐาน พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสำริด ทรงฉลองพระองค์แบบตามพระราชนิยม

ในส่วนที่ต่อเนื่องกันนั้น ยังมี พระที่นั่งราชธรรมสภา มีลักษณะเป็นอาคารทรงยาว สถาปัตยกรรม ไทย - จีน - ตะวันตก
และ หอชัชวาลเวียงชัย เป็นหอสูงสองชั้นมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นบน มีโดมกระจกแก้วเป็นยอด แต่เดิมยามค่ำคืนนั้น จุดไฟตะเกียง
ทำให้ชาวเรือมองเห็นได้แต่ไกล ช่วยให้เป็นที่หมายในการเดินเรือเข้าอ่าวบ้านแหลม ของชาวเรือ
ที่หอชัชวาลเวียงชัยนี้ นักท่องเที่ยว และนักถ่ายภาพ นิยมมาตั้งกล้องกันที่นี่ จำนวนมาก ยิ่งในวันงานพระนครคีรี นี้ พิ้นที่บนหอยิ่งแน่น
ไปด้วยผู้คน ผมเองก็ค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปเก็บภาพ เช่นกันแต่ที่นี่ยังไม่ใช่ ที่หมายที่ผมตั้งใจเอาไว้ ผมจึงออกเดินต่อไปยัง จุดต่อไป



 

จุดหมายต่อไปของผมอยู่ที่วัดพระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาอีกยอด บริเวณนี้ ยังสามารถชมทิวทัศน์ ตัวเมืองเพชรบุรี โดยรอบได้อีกด้วย
จุดนี้มองเห็นพระปรางค์ของวัดมหาธาตุ วัดสำคัญประจำเมือง ตั้งตระหง่าน โดดเด่น สวยงามยิ่งนัก สำหรับรายละเอียดของ วัดมหาธาตุ
ท่านสามารถ อ่านชมได้จาก บทความ วัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี

 




 



พระธาตุจอมเพชร บนยอดเขาตรงกลางเขาวัง และมองเห็น พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท

สำหรับวัดพระแก้ว หรือวัด พระแก้วน้อยนั้น โดยจุดประสงค์คือการสร้างวัดขึ้นในเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกับ วัดพระแก้ว
ในพระบรมมหาราชวัง ที่กรุงเทพ เพียงแต่วัดพระแก้วที่พระนครคีรีนี้ จะมีขนาดเล็กกว่า ตามสัดส่วนและ ความสะดวกในการก่อสร้าง
ซึ่ง จะตั้งอยู่บนยอดเขาฝั่งตะวันออก ของเขาวัง แต่ถึงแม้จะมีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ก็สามารถ จัดสัดส่วนออกมาได้อย่างสวยงาม
ลงตัว สิ่งที่น่าสนใจตรงจุดนี้ นอกจากตัวอุโบสถที่ตกแต่ง ด้วยปูนปั้นโดยรอบแล้วยังมี งานปูนปั้นชิ้นเอกของช่างเมืองเพชร
ที่ หน้าบันเป็นพระราชลัญจกรประจำ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี เจดีย์แดง มีลักษณะ
เป็นพระปรางค์ ทาสีแดงทั้งองค์ โดดเด่น ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเขาวัง ทางด้านหลังของ อุโบสถนั้น เป็นที่ตั้งของพระ สุทธเสลเจดีย์
ซึ่งเป็นเจดีย์สร้างจากหินอ่อนสีเทาเขียวทั้งองค์ เจดีย์องค์นี้ ได้ย้ายมาจากเกาะสีชัง และมาประกอบที่นี่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
เอาไว้

จากจุดนี้ พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าลงไป แผนการเดินของผมนั้นไม่ทันกับเวลาที่มี เพราะยังเหลือ พระธาตุจอมเพชร ซึ่งตั้งอยู่ยอดกลาง
ของเขาวัง อีกที่หนึ่ง ซึ่งพระธาตุจอมเพชรนี้ มีมาแต่เดิมก่อนจะสร้างพระราชวังแล้ว ต่อมาเมื่อมีการสร้างพระราชวังตามพระราชประสงค์
ของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้มีการซ่อมแซมต่อเดิมและ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ภายในอีกด้วย
ในเมื่อเดินไม่ทันกับการเที่ยว แต่ก็ยังดีที่สามารถถ่ายภาพได้จาก วัดพระแก้ว เห็นแสงอาทิตย์ ลาลับขอบฟ้าไป อย่างสวยงาม

 

 

สมควรแก่เวลาผมเดินทางกลับลงจากเขาวัง ด้วยรถรางเช่นเดิม ตามที่เรียนให้ทราบ วันนี้เป็นวันพิเศษรถรางจึงเปิดให้บริการ
จนถึง 22.00 น. ท้องร้องเสียแล้ว แต่ภารกิจยังไม่จบ หลังจากเติมพลังเรียบร้อย ผมก็ขับรถมองหาทำเลเหมาะๆ ในการถ่ายภาพ
เพราะ ตลอดการจัดงานพระนครคีรีนั้น จะมีการจุดพลุให้ชมทุกค่ำคืน สำหรับคืนแรกวันเปิดงานจะจุดพลุจำนวนมากที่สุด และ ในคืน
ต่อๆมา ก็จะจุดน้อยลงมา แต่ก็พอให้ได้ประทับใจ ซึ่งพลุเขาวังนั้นจะจุดเวลา 3 ทุ่มตรงครับ

มีคนมากมายต่างมาเฝ้ารอการจุดพลุ ผมเองก็เช่นกัน นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่จะมาถ่ายภาพพลุที่เขาวัง หลังจากตระเวนหาที่ทางตั้งกล้อง
เรียบร้อยก็ เฝ้ารอให้ถึงเวลาสามทุ่ม .. ในส่วนของจุดถ่ายภาพนั้นผมไม่ได้บุกผ่าฝ่าดงไปถ่ายในมุมยอดฮิต เนื่องจากเดินทางคนเดียว
ก็เลยคำนึงถึงความสะดวกและ ปลอดภัยเป็นหลัก แต่ข้อเสียของจุดที่ผมถ่ายในวันนี้ คือ ไม่สามารถเก็บพลุได้หมดทั้งสองลูก เพราะ
พลุเขาวังนั้น จะจุดจากบนภูเขาทั้งสองข้าง ตัวผมเองก็ทำการบ้านมาส่วนหนึ่งแล้ว คือ หาจุดถ่ายที่เหลือพื้นที่ท้องฟ้า
สูงกว่ายอดพระธาตุจอมเพชร ประมาณ 5 -6 เท่า แต่ดันได้จุดที่มีต้นไม้บัง เลยเสียพลุฝั่งซ้ายของภาพไปอย่างน่าเสียดาย

การถ่ายพลุเขาวังในครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของผม นับจาก พลุปีใหม่ ที่สาทร ซึ่งความแตกต่างของการถ่ายที่เขาวังนี้ คือ ไม่ได้ยินเสียง
เพราะอยู่ไกล จากบริเวณที่จุดพลุมาก ทำให้ต้องมอง ลำแสงตอนพลุวิ่งขึ้นให้ดีเพื่อให้สามารถกดชัตเตอร์ได้ทัน ก่อนพลุจะระเบิดตัวออก

และแล้วก็ได้เวลาสามทุ่ม แสงวาบขึ้นมาอย่างเงียบๆ พลุลูกแรกถูกจุดขึ้นแล้ว ผมยอมเสียลูกแรกไป เพื่อให้จับจังหวะลูกที่สองได้ทัน
หลังจากนั้น มือและ สายตาก็ทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง กดชัตเตอร์กันจนเพลิดเพลินเลยครับ เมื่อพลุหมดลง ก็ถือเป็นสัญญาณว่า
สิ้นสุดทริปที่ตั้งใจเอาไว้เรียบร้อย ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่นี่หละรสชาติของการท่องเที่ยว .. ผมตั้งใจจะกลับมาเติมสิ่งที่ขาด และ
ปรับปรุงข้อผิดพลาดจากการวางแผนทริปอีกครั้งแน่นอน ดังนั้น ผมจึงต้องบอกกับเพชรบุรีว่า เรายังมีนัดครั้งต่อไป
สำหรับวันนี้ ก็ถือโอกาสเอาภาพพลุ มาฝากกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ

 

 
 
 
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง



แกลลอรี่ รูปภาพ


อัลบัม จังหวัด เพชรบุรี

ข้อมูลจังหวัด


+ เพชรบุรี



Travel For Today (t42day) Ltd., Part.  ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12 / 1068
tel. +(662) 758 5154 - 6 fax +(662) 758 6296 e-mail info@travelfortoday.com