Categories
Ticket Thai

ชวนชมลาว + ข้อมูลประเทศลาว + ทัวร์ลาว แพ็คเกจทัวร์ลาว ท่องเที่ยวลาว ลาวเหนือ ลาวกลาง ลาวใต้ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง เชียงขวาง วังเวียง จำปาสัก ปากเซ รวมข้อมูลท่องเที่ยวลาว

                                                  Luang Prabang Province                                 
 
Located: in the nothern of Laos.
Total area: 16,875 square kilometers.
Population: 450,000.
11 Districts: Luang Prabang, Xieng Ngeun, Nan, Pak Ou, Nambak, Ngoi, Pakxeng, Phonxay, Chomphet, Viengkham and Phounkhone.
Capital: Luang Prabang. Luang Prabang is the ancient capital city of the Lane Xang Kingdom from 1354 A.D. According to the Luang Prabang legend, the first name of Luang Prabang was Muong Swa, named after King Khun Xua around the eighth century, later known as Xieng Dong and Xieng Thong. During the reign of King Fa Ngum between 1354 and 1372 A.D., Xieng Dong, and Xieng Thong cities were renamed Luang Prabang in the name of the gold image of Buddha, the Prabang. The capital was then transferred to Vientiane city in 1560 A.D.

  

Luang Prabang is rich in cultural heritage, and is known as the seat of Lao culture, with monasteries, monuments traditional costumes and surrounded by many types of nature’s beauty. Luang Prabang province has a total population of 365,000. It is one of two World Heritage Sites in Laos named by UNESCO.

  

Luang Prabang is around 360 kilometers from Vientiane, it takes about 8 hours by bus or 35 minutes by Lao Airlines to reach and it is one of the most attractive areas of the country.

   

Wat Xieng Thong Temple Built during the 16th Century by King Saysetthathirath and completed in 1560. Wat Xieng Thong temple is one of the most interesting examples of art and Buddhist architecture. The ornate carved and gilded funeral vehicle of the former king is kept in one of the buildings in the temple grounds. It is well worth visiting and paying your respects to this temple while in Luang Prabang. This temple was used to organize the highest Royal Ceremonies and houses the bones of King Sisavangvong. The intricate golden facades, colorful murals, glass mosaics and unique three-layered roof make this one of the most beautiful temples in Asia.

   

National Museum The former Royal Palace, which was constructed between 1904 to 1909 during the reign of King Sisavangvong, has now been converted into the National Museum. A collection of personal artifacts belonging to the former Royal Family, historical photographs, musical instruments and gifts to the nation from foreign countries are on display.

  

Wat That Chomsi Temple Located at the top of Mount Phou Si in the heart of the town, this delightful stupa was built in 1804 during the reign of King Anourouth. Wat That Chomsi has become a symbol of Luang Prabang’s spiritual significance to Laos. During the Pimai Festival, woman carry flower offerings up the stairs and leave as offerings at the foot of the stupa. A spectacular view is afforded from the top of Mount Phou Si. In the foreground the National Museum and gabled roofs of the many Buddhist temples can be seen scattered around the palm-tree label urban landscape. In the distance, the Mekong and Khan rivers are set against the dramatic mountain backdrop.

Tad Sae Waterfall

This waterfall is accessible only by boat and during the rainy season only. It is divided into three limestone steps and is ten minutes ride up the Nam Khan River from Luang Prabang.

Nong Khiaw & Muang Ngoi Gao

Nong Khiaw is a small district capital bisected by the Nam Ou River north of Luang Prabang, famous for its dramatic limestone cliffs and lush vegetation. From Nong Khiaw take a boat one hour upriver to Muong Ngoi Gao, where you can get a taste of traditional Lao village life and relax in riverside bungalows.

 

Tad Kuang Si Waterfall This impressive waterfall is located about 28 kilometers south of Luang Prabang. You can take a tuk-tuk from the center of the city or rent your own transport. Several villages inhabited by people from ethnic minorities can be visited along the way to the waterfall. The scenery on the way to Tad Kuang Si is beautiful featuring fresh air, flowers and wild animals.

Trekking-Chomphet & Muang Ngoi

In Luang Prabang, two community-based treks have been supported by the Mekong Tourism Development Project. One trek begins just across the river from town in Chomphet district; the other starts in Muong Ngoi. Both are 2-day. 1-night treks where you can enjoy nature, interact with local people, and be confident that you are contributing to the sustainable development of tourism in Laos. More details are available at the Tourism Information Center                                                             แขวงหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง เป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งของลาว มีอายุหลายกว่าพันปีมาแล้วและเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ในกลางศตวรรษที่ 14 แห่งคริสตศักราชและมีความเจริญรุ่งเรืองเมื่อศตวรรษที่ 16, 17, 18 และ 19 ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว ห่างจากเวียงจันทน์ 420 กม. เมืองหลวงพระบาง ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมลาม นับตั้งแต่สมัยก่อตั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

  

เมืองหลวงพระบางยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สวยงามหลายแห่งไว้ต้อนรับทุกท่านที่เดินทางมาท่องเที่ยว แขวงหลวงพระบางมีเนื้อที่ทั้งหมด 16,875 ตร.กม. มีพลเมือง 346,000 คน ประกอบด้วย 10 เมือง คือ เมืองหลวงพระบาง, เมืองเชียงเงิน, เมืองนาน, เมืองปากอู, เมืองน้ำบาก, เมืองงอย, เมืองปากแซง, เมืองโพนไซ, เมืองจอมเพชร และเมืองเวียงคำแขวงหลวงพระบางมีชายแดนติดต่อกับแขวงอุดมไชย, แขวงพงสาลี, แขวงหัวพัน, แขวงเวียงจันทน์, แขวงเชียงขวาง, แขวงไชยะบุรี และเวียดนาม

  

พระธาตุจอมพูสี พูสีในสมัยโบราณคือศูนย์กลางวัฒนธรรม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นมิ่งขวัญของชาวหลวงพระบางซึ่งคนส่วนมากที่ไปเที่ยวหลวงพระบาง แล้ว แต่อยากไปเห็นพระธาตุจอมพูสีจนมีคำพูดติดปากกันว่า “ไปเที่ยวหลวงพระบางถ้าไม่ได้ขึ้นพระธาตุจอมพูสีก็เท่ากับว่าไปไม่ถึง

หลวงพระบาง” ธาตุจอมพูสี (หรือธาตุจอมสี) สร้างในปี ค.ศ.1804 ในสมัยการปกครองของเจ้าอนุรุธ ใน ค.ศ. 1792 – 1817 ลูกชายของเจ้าสุริยะวงศา เจ้าชีวิตของอาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบาง พระธาตุกว้าง 10.55 เมตร สูง 21.00 เมตร พูสีสูง 100 เมตร มีทางขึ้นหลายด้าน แต่เส้นทางที่ใช้ประจำคือทางทิศตะวันออกขึ้นมาจากเส้นทางริมน้ำคานผ่านวัดถ้ำพูสี, เส้นทางทิศตะวันตกด้านพระราชวังเก่ามีบันใด 328 ขั้น

  
วัดวิชุน
วัดวิชุน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1503 ตามดำรัสของเจ้าชีวิตวิชุนนะราช และได้ตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์เอง และสร้างสำเร็จใน ปี ค.ศ.1504 เมื่อสร้างสำเร็จแล้วก็ได้อัญเชิญพระบางมาจากวัดมโนรมย์มาประดิษฐานที่วัดวิชุนในบริเวณวัดวิชุน ยังมีพระเจดีย์ปทุมเป็นธาตุใหญ่ที่สวยงามที่สุดในสมัยนั้น และในสมัยต่อมาคนส่วนใหญ่เรียกว่า พระธาตุหมากโม เพราะมีรูปคล้ายคลึง กับหมากโม (แตงโม) แบ่งครึ่ง ในธาตุปทุมได้พบวัตถุที่มีค่าทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ศตวรรษที่ 15 และที่ 16 บรรดาวัตถุมีค่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ได้นำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าชีวิตเก่าหลวงพระบาง สถาปัตยกรรม พุทธสีมาวัดวิชุนก็สวยงามแตกต่างจากพุทธสีมาอื่นๆ ในลาว สันนิษฐานว่าเป็นสกุลช่างแบบไทยลื้อสิบสองปันนา เฉพาะศิลปะดอกดวงที่แกะสลักอยู่บานประตูนั้น เป็นสกุลช่างศิลปะแบบเชียงขวาง พุทธสีมา วัดวิชุน ได้นำมาใช้เป็นหอพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ทางศาสนา เมื่อปี ค.ศ.1942 ได้รวบรวมนำเอาวัตถุมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ มาแสดงไว้ที่วัดวิชุนนี้ แต่ปัจจุบันนี้สิ่งของต่างๆ พระที่นั่งบนหลังช้างของพระราชาในสมัยก่อน อีกห้องหนึ่งที่มีความประทับใจและเด่นที่สุดในปัจจุบันก็คือห้องที่บรรจุเครื่องดนตรีนาฏศิลป์ลาวเดิม และหน้ากากของพระลักษณ์พระราม และบริวารใช้ในเวลาแสดงละครรามายานะและผมนางแก้ว   
ถ้ำติ่ง
ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำน้อย ตั้งอยู่ปากอู ห่างจากหลวงพระบางประมาณ 40 กม. ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมายมหาศาล ซึ่งไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเป็นเวลายาวนานเท่าใดที่ประชาชนได้นำเอาพระพุทธรูปมาถวายเป็นที่เคารพบูชาไว้ที่ถ้ำกลางแม่น้ำโขง ซึ่งพระพุทธรูปอยู่ที่ถ้ำดังกล่าว ยิ่งนับวันก็ยิ่งมากขึ้น เนื่องจากทุกๆ ปี เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ลาว ชาวหลวงประบางจะพากันล่องเรือมา ทำบุญกันอยู่ที่นี่ ในการมาทำบุญกันแต่ละครั้งจะนำเอาพระพุทธรูปที่หล่อด้วยโลหะ และทำด้วยไม้แกะสลักมาถวายไว้องค์หนึ่ง ยิ่ง หลายปีผ่านไป ถ้ำติ่งก็มีพระพุทธรูปประดิษฐานมากขึ้นเรื่อยๆ จนถ้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นถ้ำพระอยู่กลางลำแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ที่สะท้อนให้เห็นว่าเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาของเมืองหลวงพระบางแต่โบราณยาวนานผ่านมาโดยแท้


  

น้ำตกตาดกวางสี ตาดกวางสี ตั้งอยู่ห่างจากหลวงพระบางลงไปทางใต้ประมาณ 30 กม. เหมาะสำหรับการพักผ่อน เพราะมีอากาศบริสุทธิ์และมีธรรมชาติอันสวยงามเขียวชอุ่มไปทั่ว เป็นที่น่าพิศวงยิ่งนักตามเส้นทางท่านจะได้พบกับวิถีชีวิตและความเป็นเอกลักษณ์อันแท้จริงของบรรดาชนกลุ่มน้อยในลาวโดยเฉพาะ

หมู่บ้านลาวเทิง เช่น หมู่บ้านท่าแป้น, บ้านตาดและบ้านอู้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวหลวงพระบางดั้งเดิมซึ่งยังคงรักษาการดำรงชีวิตแบบลาวๆ เกือบหมดทุกอย่างและท่านจะได้พบกับการดำข้าวด้วยพลังงานของกระแสน้ำ