Categories
Ticket Thai

อลังการชมความยิ่งใหญ่ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นครวัด – นครธม – โตนเลสาบ 3 วัน 2 คืน โดยรถปรับอากาศ

วันแรก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-ปอยเปต-เสียมเรียบ-เขาพนมบาเค็ง
04.00 น พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
04.30 น. เดินทางสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยรถปรับอากาศ // รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านอาหาร
08.00 น. เดินทางถึงด่านปอยเปต จากนั้นนำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านปอยเปต แล้วเดินทางสู่เสียมเรียบ

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (ที่เมืองศรีโสภณ) จากนั้นออกเดินทางสู่ เสียมเรียบ

16.00 น. เดินทางถึง เมืองเสียมเรียบ จากนั้นนำท่านเดินทางขึ้น เขาพนมบาเค็ง ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็ก ที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร มีชื่อเรียกในสมัยโบราณว่า ปราสาทพนมกันดาล (พนม = ภูเขา, กันดาล = กลาง) ต่อมาเรียกว่า พนมบาเค็งตามลักษณะของต้นบาแค็ง (คล้ายต้นมะขาม) ที่มีอยู่มากในบริเวณภูเขานี้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเพื่อชมพระอาทิตย์อัศดง ซึ่งท่านสามารถเห็น ปราสาทนครวัดได้อย่างชัดเจน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร พักที่ SALINA HOTEL หรือเทียบเท่า


วันที่สอง ปราสาทบันทายสรี-ปราสาทตาพรม-นครธม (ปราสาทบายน)–นครวัด-ชมโชว์ระบำอัปสร

เช้า รับประทาน อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
07.00 น. เดินทางไปชม ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) ซึ่งสร้างในพ.ศ 1510 โดยยัชญวราหะ ซึ่งเป็นพราหมณ์นักปราชญ์ในรัชสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ตราบจนพระองค์เสด็จสวรรคต พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นราชโอรสจึงขึ้นครองราชย์แทนตัวปราสาทสร้างในแนวราบ เป็นปราสาทหลังเล็กๆกลุ่มหนึ่ง สร้างด้วยหินทรายสีชมพูดูสดใสไม่มีปราสาทใดเหมือน จนหลายคนขนานนามว่าเป็นปราสาทแห่งความรักชาวฝรั่งเศสให้ฉายาปราสาทแห่งนี้ว่า ‘’รัตนชาติแห่งศิลปะขอม“ การแกะสลักลวดลาย จึงดูอ่อนช้อย ลายคมชัด ดูมีชีวิตชีวา ภาพแกะสลักส่วนมาก จะเป็นเรื่องราว ในมหากาพย์รามายาณะ (รามเกียรติ์) อย่างงดงามมาก โคปุระของปราสาทบันทายสรีมีลวดลาย งดงามมาก จำหลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ผ่านโคปุระชั้นนอกซึ่งมีกรอบประตูไม่ใหญ่นักเข้าไป จะเป็นทางเดินปูลาดด้วยหินทราย สองข้างทางปักด้วยเสานางเรียง ทำด้วยหินทรายเช่นกันห่างเป็นระยะๆ ถัดออกไปเป็นสระบารายขนาดเล็ก ซึ่งกินพื้นที่อ้อมไปถึงกลุ่มตัวปราสาทด้านใน ปราสาทบันทายสรี หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า “บันเตย์เสรย” แปลว่า “ป้อมแห่งสตรี” ถ้าแปลตามภาษาสันสกฤตซึ่ง “ศรี” แปลว่า ความดีงามแล้วก็อาจจะแปลได้ว่า “ป้อมที่สวยงาม” ชม ปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โต มากกว่าสนามหลวงของไทย ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ปกคลุม ปราสาทหลังนี้มีราก ไม้ขนาดมหึมาขึ้นปกคลุมหลังคาปราสาทหลายแห่ง ซึ่งเป็นจุดสนใจที่นักท่องเที่ยงใฝ่ฝัน อยากมาบันทึกภาพเก็บไว้ และที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tomb Rider อีกด้วย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพระนครธม

ผ่านชม สะพานนาคราช ซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูร ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธม ชม ประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หัน พระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศ ชม ปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม เป็นสุดยอด ของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยอดปราสาทขนาดยักษ์ ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ ใบหน้าหนือยอดปราสาทบายนที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งปราสาทซ้ำ ๆ กัน ถึง 216 หน้า ๆ นี้รวมทั้งที่โคบุระ ของกำแพงเมืองพระนคร เชื่อว่าเป็นใบหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรซึ่งมีรอยยิ้มแบบบายนคือ ยิ้มแบบมีเมตตา กรุณา ท่านจะได้กราบนมัสการ พระชัยพุทธมหานาค ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนาคปรกศิลาขนาดใหญ่มากและถือว่าเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ชมบ่อน้ำโบราณ ซึ่งซ่อนอยู่ในห้องแคบๆลึกลงไปใต้ฐานของปราสาทกว่า 20 เมตร และน้ำจากบ่อนี้จะถูกนำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์เขมรทุกรัชกาล เดินชม ปราสาทบาปวน ซึ่งเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ในส่วนของพระราชวัง มีทางเดินเป็นสะพานหินที่ทอดยาวจากประตูทางเข้าไป ยังตัวมหาปราสาท ชม ปราสาทพิมานอากาศ สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิด ชั้นบนสุดสร้างด้วยหินทราย และยังเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าประจำวัน ถัดไปไม่ไกลนักจะเป็นที่ตั้งของสระสรง ซึ่งอยู่ด้านเหนือของพระราชวัง สระสรงแห่งนี้จะแยกกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย นำท่านเดินออกทาง ศาลพระเจ้าขี้เรื้อน ซึ่งด้านหน้าและด้านหลังกับผนังทั้ง 2 ด้าน แต่งด้วยหินทรายและลายปูนปั้น เป็นเทพอัปสรและอสูรเป็นชั้นๆ เป็นภาพที่งดงามมาก พลาดไม่ได้ที่จะต้องชมพลับพลาช้างหรือบัลลังก์ช้าง ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็นรูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ จากนั้นชมสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ปราสาทนครวัด ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์ และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางไปในครั้งนี้ ซึ่งสร้างขี้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพของพระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร พร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์พื้นเมือง (ระบำอัปสรา)

พักที่ SALINA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สาม เสียมเรียบ-โตนเลสาบ-ช้อปปิ้ง-ปอยเปต-อรัญประเทศ-กรุงเทพ ฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ โตนเลสาบ (ทะเลสาบเขมร)

ล่องเรือชมความยิ่งใหญ่ กว้างขว้าง สุดสายตาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย เมื่อถึงฤดูน้ำหลากน้ำท่วมถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกถึง 10 เมตร โตนเลสาบคลอบคลุมพื้นที่ถึง 5 จังหวัด คือ กำปงธม, กำปงชะนัง, โพธิสัตว์ , พระตะบอง และเสียบเรียบ ชมวิถีชีวิตชาวประมงซึ่ง สร้างที่พักอาศัยอยู่กลางทะเลสาบ มานานนับหลายสิบปี นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเมืองเสียมเรียบ ให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าที่ท่านถูกใจ ฝากคนที่ท่านรักทางบ้าน ได้เวลาพอสมควรแล้วนำท่านเดินทางสู่ ปอยเปต

12.00 น. รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร (ศรีโสภณ) บ่าย ออกเดินทางต่อสู่ตลาดโรงเกลือ

เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

15.00 น. เดินทางถึง ด่านตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต – ตลาดโรงเกลือ ผ่านขั้นพิธีการตรวจคนเข้าออก–

เมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

20.00 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ ….